Session 5 5 กรอบการกำกับดูแล Digital & AI อย่างมีจริยธรรม
สถานการณ์และความท้าทายในยุคที่ AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เรากำลังเผชิญกับความเสี่ยง 3 ด้านหลักที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
การละเมิดข้อมูลส่วนตัว: ข้อมูลของเด็กและครูที่อาจถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ความน่าเชื่อถือ: เนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นอาจมีการบิดเบือนหรือไม่ถูกต้อง บทบาทของมนุษย์: การหาจุดสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการคงไว้ซึ่งการตัดสินใจของมนุษย์ Pain Point สำคัญ คือ ประเทศไทยยังขาดการสื่อสารและความร่วมมือที่เข้มแข็ง รวมถึงยังขาดระบบนิเวศ AI ที่สมบูรณ์สำหรับเด็ก
หลักการชี้นำ 7 ประการ เพื่อให้การก้าวไปข้างหน้ามีทิศทางที่ชัดเจน “เข็มทิศ 7 ข้อ” เพื่อสร้างธรรมาภิบาลดิจิทัล ดังนี้
สถานศึกษาต้องมีนโยบายและแนวปฏิบัติการใช้ที่ชัดเจน ปรับเปลี่ยนบทบาทของครู จาก “ผู้สอน” เป็น “ผู้จัดการเรียนรู้” การประเมิน PISA 2029 จะวัด Media & AI Literacy ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กและข้อมูลส่วนบุคคล ทุกกระบวนการของ AI ในโรงเรียนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา ต้องประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ผลกระทบก่อนนำเทคโนโลยีมาใช้เสมอ มีการกำกับ ติดตาม และสร้างการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชน ต้องเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ส่งเสียงว่า “อยากเห็น AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้อย่างไร” ครูและนักเรียนมีความพร้อมสูงมาก
ครูไทยกว่า 92.4% ใช้ AI และเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยาก พร้อมนำมาปรับใช้สร้างการเรียนรู้ นักเรียนกว่า 72% เริ่มศึกษา AI ด้วยตัวเองแล้ว สพธอ. สสวท. สพฐ. และยูนิเซฟ มีความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร 20 ชั่วโมง ชื่อหลักสูตร การใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม นำร่องใน 100 โรงเรียนแรก เพื่อสอนให้เด็กเข้าใจทั้งด้านจริยธรรม การใช้วิจารณญาณ และการรู้เท่าทันผลกระทบ
หัวใจสำคัญไม่ใช่การ “ห้ามใช้” แต่คือการสร้าง “Ethical Digital & AI Governance” เพื่อให้การศึกษาก้าวทันโลกโดยที่เด็กไทยยังมีความปลอดภัยและมีจริยธรรมกำกับอยู่เสมอ
เนื่องในวันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ 2569
ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพ
วันที่ 9-10 ก.พ. 2569