Session 2: การรับมือภัยออนไลน์ในยุค AI: สถานการณ์ปัจจุบัน ช่องว่างวิกฤต และทางออกในอนาคตของประเทศไทย
วิทยากรร่วมเสวนา (เรียงจากซ้ายไปขวา)
- ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- Ms.Malina Enlund , Head of Safety Policy, APAC Meta Inc.
- ดร.มาร์ค เจริญวงศ์ อัยการจังหวัดน่าน
- คุณสิริประภา วีระไชยสิงห์ Outreach & Partnership Manager TiKTok
- ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- คุณวีรวรรณ มอสบี้ ผู้ก่อตั้งโครงการฮัก ภายใต้มูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัว
- ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต
ดำเนินรายการโดย ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย
สถิติที่น่าตกใจ ภัยจากการซื้อของออนไลน์ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งสูงถึง 40% ของการแจ้งเหตุทั้งหมด แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการใช้ AI เข้ามาล่วงละเมิดบุคคล เช่น การนำภาพไปสร้าง Deepfake ในทางเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญของปัญหาการทำร้ายตัวเองที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน
อุปสรรคสำคัญในการจัดการมิจฉาชีพเหล่านี้ คือความสามารถในการหลบเลี่ยงการจับกุม เพราะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ยากต่อการสืบหาต้นตอ ประกอบกับกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศที่ยังมีความล่าช้าและขาดความร่วมมือในบางหน่วยงาน ทำให้การตามตัวคนผิดมาลงโทษทำได้ไม่ทันท่วงที ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยการประสานงานอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง
ทางด้านผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องยกระดับความรับผิดชอบด้วยหลักการ “Safety by Design” หรือการออกแบบระบบให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้น มีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดในการระงับบัญชีผู้ใช้งานที่กระทำผิดและจัดการเนื้อหาที่เป็นอันตราย (Take Down) ทันที ที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูป “กระบวนการยุติธรรม” ให้มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในกรณีของเด็กและเยาวชนต้องไม่ละเมิดซ้ำหรือโทษเหยื่อ (Non-Victim Blaming) เพื่อให้ผู้เสียหายกล้าที่จะขอความช่วยเหลือและเข้าสู่กระบวนการเยียวยา โดยมีภาคส่วนอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยกันสนับสนุนระบบการยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบ ThaID และการขยายความคุ้มครองไปถึงกลุ่มธุรกิจเกมและร้านอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ “ผู้ใช้งาน” โดยเปลี่ยนจากการสอนให้ “กลัว” มาเป็นการสอนให้ “เข้าใจ” ผ่านแนวคิด AI-Literacy หรือความฉลาดรู้เรื่อง AI เพื่อให้ทุกคนสามารถประเมินความเสี่ยงและรู้วิธีป้องกันตนเองได้ทัน
ท่วงที หากพบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล เราต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมา “Take Action” ทั้งการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1441 และการช่วยกันแชร์ข้อมูลเตือนภัยในวงกว้าง เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่มีความยืดหยุ่น และปลอดภัยสำหรับทุกคน
เนื่องในวันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ 2569
ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพ
วันที่ 9-10 ก.พ. 2569








