นครศรีธรรมราช – เมื่อวันที่ 6-7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรเข้มข้น “เสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและสหวิชาชีพ ด้านการคุ้มครองเด็กจากการกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์” ณ อิงธารรีสอร์ท อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรในทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การอบรมตลอด 2 วันเต็มในครั้งนี้ ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้และการลงมือทำ Workshop เพื่อติดอาวุธและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานจริงให้กับเจ้าหน้าที่ โดยมีหัวข้อการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่:
Cyber Crime Update & Laws: เจาะลึกสถานการณ์ภัยออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในปัจจุบัน และข้อกฎหมายล่าสุดเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์
Forensic Interviewing: เทคนิคการสัมภาษณ์เด็กเชิงนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่แม่นยำสำหรับใช้ในชั้นศาล โดยไม่สร้างบาดแผลซ้ำทางจิตใจแก่เด็ก
Child-Centric Approach: หลักการทำงานโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดและความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ
Positive Communication Workshop: การฝึกปฏิบัติการพูดเชิงบวก (Positive Speech) เพื่อสร้างความไว้วางใจ และสนับสนุนการทำงานร่วมกับเด็กเยาวชนอย่างเหมาะสม
“กระบวนการสืบสวนและเยียวยาเด็กที่ตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ จำเป็นต้องใช้ทั้งกฎหมายที่เด็ดขาดและจิตวิทยาที่ละเอียดอ่อน การเติมทักษะการสัมภาษณ์เชิงนิติวิทยาศาสตร์และการพูดเชิงบวก จะช่วยให้เจ้าหน้าที่และทีมสหวิชาชีพทำงานประสานกันได้อย่างเป็นระบบและปกป้องเด็กได้ดียิ่งขึ้น”
การอบรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานต้นธารในกระบวนการยุติธรรมและการพัฒนาสังคม ที่ได้ร่วมส่งเจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้ารับการพัฒนาศักยภาพ ได้แก่:
ตำรวจภูธรภาค 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช
บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช
ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช (พม.)
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
องค์การบริหารส่วนตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา
สหทัยมูลนิธิ
มูลนิธิอินเทอร์เน็ตฯ และ สสส. เชื่อมั่นว่า การเสริมศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการถูกละเมิดทางออนไลน์ในพื้นที่ภาคใต้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันสถานการณ์ และเป็นไปตามหลักสากล





